2006/Apr/11

วันที่3ในบาหลี และวันสุดท้ายที่จะอยู่ที่นี่

ตอนเช้าของเราก็ยังเหมือนเมื่อวาน คนขับรถจะมารับ9โมงเหมือนเดิม ก็เลยกินข้าวเช้าสบายอุราเช่นเดิม

ตามที่ตกลงกับคนขับรถไว้เมื่อวานก็คือ ตอนเย็นเราจะไปดูตะวันตกดินที่วัดทานาลอท แต่ถ้าอยู่ถึงเย็น นั่นคือเกินเวลาทำงานของเขา ต้องจ่ายเพิ่มอีก50000รูเปีย

เอาก็เอา เห็นได้ยินมานานเรื่องความงามของตะวันที่นี่ อยากเห็นอยู่เหมือนกัน

โปรแกรมแรกวันนี้คือ วัดทามานอายุน

เป็นวัดหลวงของกษัตริย์บาหลีในอดีต เดินดูรอบๆได้ แต่ลานประกอบพิธีตรงกลางวัดไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าฮะ

ด้านในถ่ายมะได้ ได้แค่รอบนอก ฮาๆๆ

นี่ประตูวัด

แล้วเราก็มุ่งหน้าต่อไปยังเบดูกุล วัดลอยน้ำ

ระหว่างทางก็แวะพักที่สวนพฤกษศาสตร์

อากาศเย็นสบาย รอบๆมีทั้งครอบครัวมาปิคนิก แต่ที่เห็นอยู่เยอะสุดคือ คู่ชายหญิงมาเดทกัน คงมีผมคนเดียวล่ะที่เดินเอ้อระเหยอยู่รอบๆ

ลองเปิดเพลง anata ga ita moriของFate/Stay Nightฟังไปด้วย จะพบว่าโลกใบนี้มันสงบสุขโคตรๆเลยล่ะ ฮาๆๆ

เดินไปซักพักก็เจอประติมากรรมยักษ์อยู่ เข้าใจว่าน่าจะเป็นรามเกียรติ์

งามดี ชอบๆๆ

การูด้า หรือครุฑ เป็นสัญลักษณ์ของอินโดนิเซีย ผมว่าเท่กว่าของไทยนะ ฮาๆ

พักแล้วก็ลุยเบดูกุลกันต่อ ที่ปากทางเข้าวัดจะมีถ่ายรูปกับสัตว์โลกน่ารัก 40000รูเปีย

สัตว์โลกน่ารักตัวที่หนึ่ง ค้างคาวตัวน้อยๆ(!?)

สัตวร์โลกน่ารักตัวที่สอง...พังพอน??...มั้ง...ไม่รู้ แต่โคตรน่ากอดเลย ฮาๆๆ

สัตว์โลกน่ารักตัวที่สาม น่าจะนกเงือกหรือตระกูลใกล้ๆกันนี่แหละ อันนี้ธรรมดาๆ

ตัวนี้หลายๆคนกล้าๆกลัวๆ แต่ท่าทางมันจะชอบผมเหลือเกิน ถือสองรอบจะเข้ามาจูบทั้งสองรอบ

ตัวสุดท้าย แย้เขียว...เอ๊ย อีกัวน่า ญาติผมเอง 555555

ผิวแข็งๆเป็นปุ่มๆ แต่มันก็หยุ่นๆนิดๆเหมือนกัน

หมดช่วงสัมผัสสัตว์โลกน่ารักแล้ว ก็ไปจ่ายค่าเข้าวัด เพื่อดูวัดกลางน้ำ

ก็สวยดี ถ้าน้ำลดแล้วจะเป็นทางเดินเข้าไปในวัด

เหมือนว่าจะอยู่ระหว่างพิธีกรรมทางศาสนาด้วย

เพิ่งจะเที่ยงแก่ๆ เลยไปหาก๋วยเตี๋ยวกิน มีเป็นร้อยร้าน คนเกือบเต็มทุกร้าน แต่รสชาติ...

ไม่อร่อย ไม่อร่อยมากๆถึงมากที่สุด เล็กน้ำลูกชิ้นเนื้อสดบ้านเรากินขาด 55555

พะอืดพะอมกินแล้ว เป้าหมายต่อไปของเราคือ Monkey Forest หรือป่าลิงน่ะแหละ

เวลาเดินเข้าหามันจะหนี แต่อย่าถือขวดน้ำหรืออาหารให้มันเห็นละกัน โดนฉกแน่ๆ

ตัวนี้เข้ามานั่งให้ผมถ่ายเลย แสนรู้ๆ 555

และแล้วผมก็ได้เจอ......ซุนโกคู!!The Lord of The "Ling"

ตอนผมกำลังจะออกจากที่นี่ ผมก็ถูกพนักงานต้อนรับ ต้อนเข้าไปในร้าน แล้วก็ใช้วาจาอันคมคายเพื่อให้ผมซื้อลิงแกะสลักให้ได้ ผมเลยบอกไปว่าต้องถามพี่ก่อน...

เจ๊แกก็บอกให้ผมรอ จะไปตามมาให้ แล้วก็ไปตามมาจริงๆด้วยล่ะ!!

แล้วเจ๊แกก็สาธยายต่อไป ซื้อเพื่อโชคๆๆๆๆ อยากได้ราคาเท่าไหร่ลองว่ามา แต่สุดท้ายพวกผมก็ เดินหนีขึ้นรถ เผ่นทันที เหอะๆ

หลังฝ่าด่านฝูงลิงรีดเงินมาแล้ว ในที่สุด เราก็มาถึงวัดทานาลอท สถานที่ชมตะวันตกดินที่ขึ้นชื่อของบาหลี

แต่.........

เมฆครับท่าน....เมฆบังรัศมีแสงอาทิตย์ไปกว่า60%

สรุปว่า อดครับ พระอาทิตย์ตกดิน 55555555555555

แต่ภูมิทัศน์โดยรอบสวยงามดีมาก ถือว่ายังไม่เสียเที่ยวซะทีเดียว

นี่คือรายการเที่ยวรายการสุดท้ายในบาหลีแล้ว เป็นที่ๆดีที่สุด เท่าที่ไปมาภายใน2วันนี้เลยล่ะ

จากนั้นคนขับรถก็พาเรากลับโรงแรม ผมก็จ่ายเงินตามที่ตกลงกันไว้9แสนรูเปีย+extraค่าล่วงเวลา3ชม.อีก50000รูเปีย เงินที่แลกมาจากสนามบินไม่พอ ต้องแลกเพิ่มที่โรงแรม

อาหารเย็นคือFood Courtในห้างDiscovery อร่อยกว่าก๋วยเตี๋ยวข้างทางเป็นไหนๆ

ก่อนกลับโรงแรมผมก็ไม่ลืมที่จะแวะBread Talkซื้อขนมปังกลับไปกินต่อด้วย ฮาๆ

แล้ววันต่อไป เราจะกลับไปพักที่สิงคโปร์1วันก่อนกลับไทย

つづく


edit @ 2006/04/11 16:17:34

2006/Apr/04

เราตื่นกันตอน7โมง นัดคนขับรถให้มารับตอน9โมง ยังมีเวลาเหลือเฟืที่จะทำธุระส่วนตัวกับกินข้าวเช้าสบายๆ

ABFของโรงแรม ดูแล้วมีให้เลือกกินน้อยไปหน่อย แต่แพนเค้กทำตามออเดอร์นี่ อร่อยดี ชอบมาก

หลังกินข้าวเสร็จยังเหลือเวลาอีกซักพักกว่าจะถึง9โมง ผมเลยไปเดินเล่นหลังโรงแรมซะหน่อย สวนหลังโรงแรมสวยไม่เลวเลยล่ะ

แต่ชายหาดที่ติดกับโรงแรมมีการก่อสร้างเลยไม่ค่อยสวยเท่าไร

เราออกโรงแรมกันช้าไป20นาทีเพราะ คนขับรถกับเราไม่เคยเห็นหน้ากัน เหอะๆ

รถเท่าที่ดูแล้วโอเค รถสภาพดีจริง แต่ผมงงอยู่อย่าง

ป้ายข้างหน้ารถเป็นโลโก้Daihatsuแต่ข้างหลังเป็นป้ายToyota Avenza ชวนฉงนมากมาย

และแล้ว การเดินทางก็เริ่มขึ้น ถนนบาหลีแคบมากถึงมากที่สุด แต่การจราจรคล่องปรื๊ด ดูแล้วคนขี่มอไซใส่หมวกกันน็อคทุกคน หุหุ น่าอายดีแท้

รายการแรกคือ ดูระบำบารอง รายการนี้ บริษัททัวร์ส่วนใหญ่จะจัดเป็นทัวร์รายการแรกเลย

ค่าตั๋วเข้าชม 50000รูเปีย มีแผ่นอธิบายภาษาไทยด้วย

ระบำบารอง ก็คือ การต่อสู้ระหว่างความดีกับความชั่ว

พ่อมดรังดา ตัวแทนความชั่ว

บารอง ตัวแทนความดี

พอจบการแสดง เขาก็เปิดโอกาสให้คนดูเข้าไปถ่ายรูปกับนักแสดงได้ ผมก็ขอเข้าไปถ่ายรูปกับบารองซะเลย เหอๆ

ก่อนถ่ายรูป ผมได้ยินเสียงกระซิบ "Tip for me.Tip for me." หันไปดู เห็นมือถือแบงค์100U.S.อยู่ในปากบารอง...อื้อหือ พญาราชสีห์ในตำนานแห่งบาหลีกำลังขอทิปผู้มาเยือนจากอาณาจักรล้านนาอยู่ จริงๆก็พอเข้าใจว่า รายได้ส่วนหนึ่งของเขามาจากทิป แต่....คงมะใช่ผมล่ะ เหอๆถ่ายเสร็จผมก็รีบแผ่นขึ้นรถเลย

ไฮไลท์ของวันนี้อยู่ที่เขาคินตะมณีย์ ซึ่งอยู่ไกลพอสมควรโรงแรมอยู่ทางใต้ คินตะมณีย์อยู่ฝั่งเหนือก็ราวๆครึ่งเกาะอ่านะ

ระหว่างทางก็แวะดูแหล่งผลิตผ้าบาติคขึ้นชื่อของบาหลี มีคนอธิบายกรรมวิธีพร้อมเชิญเข้าไปซื้อของในร้านเรียบร้อย แล้วราคามันก็ไม่ได้ถูกเลย 40U.S.+ ซึ่งแน่นอนว่าผมไม่ซื้อ ชอปปิ้งไม่ได้อยู่ในรายการเที่ยวของผม เดินดูซักพักก็เดินทางต่อ

ผ่านมาซักพักก็มาถึงหมู่บ้านช่างเงิน หมู่บ้านในบาหลีจะมีสินค้าประจำหมู่บ้านนั้นๆอยู่ อาชีพส่วนใหญ่ก็คล้ายๆกัน ค้าขายเครื่องเงินก็เป็นช่างเงินกันยกหมู่บ้าน ประมาณนั้น

เครื่องเงินผมก็ไม่ซื้ออีกน่ะแหละ แพง 5555 (แต่สร้อยเงินรูปมังกรสวยง่ะ อยากได้เหมือนกัน)

เราแวะหมู่บ้านศิลปินวาดรูปเป็นที่สุดท้ายก่อนถึงคินตะมณีย์

จากการอธิบายเขาบอกว่า หลังจากบาหลีโดนก่อการร้ายบอมบ์ไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน สินค้าที่ขายนักท่องเที่ยวราคาลดเหลือ50%ทั้งหมด เพื่อกระตุ้นให้คนซื้อ(อ่า นี่ลดแล้วเรอะ??)

ครึ่งทางขึ้นเขา แวะพักที่ไร่กาแฟ แค่ตรงที่จอดรถก็หอมแล้ว อา~~กลิ่นกาแฟ~~

ที่นี่บริการกาแฟร้อน ช็อกโกแลตร้อนฟรี(1แก้ว) อร่อยดีผมเลยกะว่าจะซื้อกลับไปซักถุง แต่.....70000รูเปียผมต้องขอบาย 5555

และแล้วเราก็มาถึงคินตะมณีย์ ที่นี่มีร้านบุฟเฟ่ต์ชมวิวภูเขาไฟบาตูร์ เป็นภูเขาไฟศักดิ์สิทธิ์ของบาหลี โชคดีที่นั่งริมหน้าต่างว่างเลยรีบเข้าไปนั่งจองทันที

นั่งดูภูเขาไฟซักพักก็ออกไปเดินตักอาหาร

อาหาร รสชาติงั้นๆ แต่หมูสะเต๊ะรสชาติเยี่ยม กินไปซักพัก เมฆก็เริ่มส่อเค้าละ

กว่าคนขับรถจะมารับก็อีก30นาที เช็คบิลก่อนแล้วค่อยไปรอหน้าร้าน

มื้อนี้4คน 4แสนรูเปียฮะ....

เดินมาหน้าร้าน ฝนก็กระหน่ำหนักเลย 55555

รอครับ รอสถานเดียว แถวประตูมีแม่ค้าขายเสื้อยืด จะกลับบ้านมือเปล่าก็กระไรๆอยู่ เอาซะหน่อย 4ตัว10U.S.ต่อราคาฉิบหายเหลือ5U.S.มั้ง ถูกเอี้ยๆ

คนขับรถมารับแล้ว รีบโกยขึ้นรถทันที ผ้าเช็ดหน้าสีม่วงที่พาดคอมาตลอดได้ใช้ประโยชน์ก็ตอนนี้แหละ ฮะๆ

ขับรถมาซักพัก ผ่านเขตฝน ฝนหายทันทีเลย ระหว่างทางก็ขอคนขับรถแวะถ่ายรูปนาขั้นบันไดนิดหน่อยก่อนจะกลับเข้าโรงแรม

กลับมาตัวเมืองก็เย็นแล้ว ก็ต้องหาที่กินข้าวเย็น

ลงความเห็นกันว่า จะกินอาหารญี่ปุ่น(ที่บาหลี)กัน ราคาพอสมควร พอๆกับฟูจิที่เชียงใหม่แหละ แกงกะหรี่...อร่อยแฮะ

ไหนๆก็มาเมืองชายหาดทั้งทีก็ขอลองปลาหน่อยละกัน ผมเลยสั่งซูชิแซลมอนมา1จาน ไม่มีกลิ่นเลย โอเค ผ่านเกณฑ์

ข้างๆมีมินิมาร์ทอยู่ (ป้ายKในรูปถ่าย)มีขนมปังขาย เลยซื้อมาลองอันนึง

ช่วงนี้กะลังบ้าขนมปังอยู่ด้วยไปไหนเป็นต้องหาร้านขนมปังทุกที

แพคห่อเรียบๆโอเค สีขนมปังก็น่าจะโอเค แต่ว่า......เนื้อขนมปังหวานโคตรๆ ไส้ของฟาร์มเฮาส์บ้านเราเยอะกว่านี้ซัก4เท่าเห็นจะได้ กิน4คำทิ้งโลด สรุปว่าห่วยแตก

...แต่ถึงกระนั้นผมก็ยังอุตส่าห์หาร้านขนมปังดีๆจนได้

Breadtalkมันมีสาขาที่ไทยด้วย ใครรู้ว่าอยู่แถวไหนบอกทีนะ ฮาๆ

เข้าร้านกลิ่นก็สุดยอดแล้ววววว หอมสาดดดดดดดด

ซื้อมา2ชิ้นกลับมากินที่โรงแรม

หลังกินเข้าไป ผมพอจะเข้าใจแล้วว่า ทำไมชานะถึงคลั่งขนมปังเมล่อนนักหนา แม้ว่าผมจะไม่ได้ซื้อขนมปังเมล่อนก็เถอะ(เพราะมันไม่มี)แต่รูปร่างคล้ายๆกัน เดาว่าคงใช้ขนมปังแบบเดียวกัน หอม กรอบ นุ่ม ไม่มีที่ติ ขนมปังยังอุ่นๆอยู่ด้วย เคลิ้มครับ เคลิ้มโคตรๆ คืนนั้นเลยหลับสบาย ฮาๆๆๆๆๆ

จบวันที่2

2006/Apr/03

งานนี้ไปกับพี่+ญาติๆของพี่น่อ ซื้อแพคเกจSilk Airไปคนละ20000(เครื่องบิน+โรงแรม)

รูปบางรูป(หรือหลายๆรูป)อาจจะไม่ชัด เพราะผมไปยืมกล้องคนอื่นมาถ่ายนะ ไม่ถนัดมือ ส่วนกล้องของผมถูกส่งไปเคลมกรุงเทพ2เดือนเนื่องจากLCCเจ๊ง เหอๆ

เริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติเชียงใหม่ ขณะที่ผมกำลังรอเครื่องออกที่ห้องพักผู้โดยสาร ผมก็บังเอิญไปเจออาจารย์ที่สอนวิชาInfoของผมพอดี "ขอบคุณที่กรุณาให้C+กับผมนะครับ หุหุ"

เราต้องนั่งเครื่องSilk Airไปสิงคโปร์แล้วต่อเครื่องไปบาหลี เพราะมันไม่มีบินตรงจากเชียงใหม่

ก็ใช้เวลาราวๆ2ชม.กว่าๆ ถึงสนามบินชางกีที่สิงคโปร์ มีเวลา40นาทีในการผ่านด่านimmigrationแล้วก็หาประตูผู้โดยสารขาออก

คราวนี้แหละที่มีปัญหา เพราะหารายชื่อเครื่องSilk Airที่จะไปบาหลีไม่เจอ ได้ไปถามคนเช็คอินตั๋วให้วุ่นเลย

สรุปว่า ผมไม่ได้สังเกตหมายเลขflight ว่าเป็นของสิงคโปร์แอร์ไลน์ เลยหาไม่เจอซะที

ทีนี้ทางสะดวก ตรวจพาสปอร์ตแล้วตรงดิ่งไปที่ประตูขาออกโลด โชคดีที่มาทัน เหอะๆ

จริงๆผมอยากขึ้นสิงคโปร์แอร์ไลน์มานานแล้วนะ ได้ยินว่ามีเกมมีหนังให้ดู

นั่นแหละ มีเกมอยู่ซัก7-8เกม ไม่ค่อยสนุกเท่าไร จอยบังคับไม่ถนัด เลยเล่นนิดเดียว

แต่มีหนังให้เลือก60เรื่อง ก็ต้มยำกุ้งตลอดทางเลยแปปเดียวถึงบาหลีซะละ

อากาศบาหลี ไม่ต่างกับประเทศไทยเลย ร้อนโคตรๆ หายคิดถึงประเทศไทยทันที

ผ่านด่านimmigrationแล้วก็แลกเงินเอาไว้4คน คนละ50U.S. รวมแล้วเราพกเงินกัน1ล้าน7แสนกว่ารูเปีย ฟังดูเยอะไหม หุหุ

ซักพัก คนขับรถโรงแรมก็พาเราไปที่โรงแรมBali Garden

หลังจากเช็คอินเข้าโรงแรมเรียบร้อย ก็ต้องคุยเรื่องโปรแกรมเที่ยวที่ผมใช้เวลาวางแผนยันIตี3ก่อนเช้าวันเดินทาง เอเย่นต์ที่เราไปเจรจาด้วยชื่อว่า Ida(อีด้า)ซึ่งพอผมได้ยินชื่อ ผมต้องแอบหลบไปขำอยู่แปปนึง

เขาเสนอราคามาวันละ3แสนรูเปีย(ทีนี้คงรู้แล้วนะว่า ไอ่1ล้าน7แสนที่แลกมาอ่ะ ไม่ได้มากมายอะไรเลย เหอะๆ)เป็นราคาที่ลดสุดๆแล้ว แต่เขาบอกได้รถดีก็โอเค ตกลง

แล้วเราก็แยกย้ายกันอาบน้ำเข้านอนกันซะที จบวันแรก


edit @ 2006/04/03 18:03:06